เปิดประวัติเคเอฟซี
จุดกำเนิดของร้านเคเอฟซีเริ่มต้นจากผู้พันแซนเดอร์ส คุณลุงหน้าตาใจดีในชุดสูทขาวที่ทุกคนคุ้นเคย
ผู้พันแซนเดอร์ส

ผู้พันแซนเดอร์สเป็นลูกคนโตของครอบครัวชาวนาเล็ก ๆ ที่ชีวิตพลิกผันอย่างกระทันหันเมื่อพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัวล้มป่วยและเสียชีวิตลงตั้งแต่ผู้พันยังเด็ก

แม่ของผู้พันจึงต้องรับหน้าที่เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนผู้พันในวัย 5 ขวบต้องรับหน้าที่ดูแลบ้านและทำครัวเลี้ยงน้อง ๆ แทน ผู้พันจึงใช้เวลาส่วนมากในวัยเด็กขลุกอยู่ในครัวมาตลอด การทำอาหารได้กลายเป็นความสุขและงานอดิเรกของผู้พันตั้งแต่นั้น

ชีวิตวัยเด็กของผู้พันค่อนข้างยากลำบาก ผู้พันแยกตัวออกมาใช้ชีวิตทำงานเลี้ยงตัวเองแต่เล็กเพราะเข้ากับพ่อเลี้ยงไม่ได้ และเนื่องจากเรียนไม่จบผู้พันจึงได้แต่จับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ และย้ายถิ่นที่อยู่ไปมาหลายครั้ง แต่อาศัยความใฝ่รู้และความทุ่มเท เมื่อได้รับโอกาสผู้พันก็สามารถจะไต่เต้าอาชีพการงานขึ้นมาได้เรื่อย ๆ กระทั่งอายุได้ 30 ผู้พันเริ่มก่อตั้งกิจการของตัวเองครั้งแรก ซึ่งกิจการของผู้พันมีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และที่ล้มเหลวกลับเป็นศูนย์
โอกาสครั้งใหญ่
โอกาสครั้งใหญ่ที่เป็นก้าวแรกสู่กิจการร้านอาหารของผู้พันมาถึงในช่วงอายุ 34 ผู้พันในตอนนั้นล้มเหลวจากกิจการจนต้องกลับมาเป็นพนักงานกินเงินเดือน ทำงานเป็นเซลขายยางรถยนต์อยู่ แต่วันหนึ่งผู้พันประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ตัวผู้พันบาดเจ็บหนัก รถเสียหายใช้การไม่ได้ บริษัทเห็นว่าผู้พันทั้งบาดเจ็บและไม่มีรถ ไม่สามารถทำงานได้ จึงปลดผู้พันออก
เมื่ออาการดีขึ้น ผู้พันจึงออกหางานไปเรื่อย ๆ โดยมุ่งหน้ากลับบ้านเกิด แต่เมื่อไม่มีรถ ผู้พันจึงโบกรถไปตามเส้นทาง และอาจด้วยความบังเอิญหรือฟ้าลิขิต คนที่รับผู้พันขึ้นรถมาเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในรัฐเคนตั๊กกี้ ซึ่งเล็งเห็นศักยภาพความขยันขันแข็งของผู้พันที่ออกหางานแม้จะยังไม่หายสนิท เลยเสนอให้ผู้พันเข้ามาดูแลปั๊มน้ำมันปั๊มหนึ่งของบริษัท

แม้จะไม่เคยบริหารปั๊มน้ำมัน และยังถูกคนในพื้นที่ซึ่งรู้จักกับเจ้าของเดิมตั้งป้อมไม่ต้อนรับ แต่ผู้พันก็อาศัยความทุ่มเทและความมุ่งมั่น ตั้งใจให้บริการอย่างดีที่สุด ดียิ่งกว่าปั๊มอื่น ๆ ในยุคนั้นจนปั๊มประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จัก

หลายปีต่อมา กิจการปั๊มของผู้พันย่ำแย่จากวิกฤติเศรษฐกิจจนต้องปิดตัวลง แต่ชื่อเสียงความสำเร็จพาให้บริษัทเชลล์เข้ามายื่นข้อเสนอสร้างปั๊มให้ผู้พันเข้าไปบริหารและอาศัยฟรี แลกกับส่วนแบ่งยอดขาย และผู้พันได้เริ่มต้นเปิดกิจการขายอาหารเล็ก ๆ ให้คนขับรถบรรทุกขึ้นที่นี่ ก่อนจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและขยายกิจการขึ้นเป็นร้านอาหารและต่อเติมโรงแรมขึ้นในเวลาต่อมา โดยมีเมนูไก่ทอดเป็นเมนูเด่นควบคู่กับอาหารอื่น ๆ และผู้พันก็ยังคงพัฒนาสูตรไก่ทอดอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จเป็นสูตรลับที่สืบทอดมาจนปัจจุบันที่ร้านแห่งนี้ในปี 2482 โดยใช้เวลาพัฒนากว่าสิบปี
จุดกำเนิดแฟรนไชส์

ร้านเคเอฟซีถือกำเนิดอย่างเป็นทางการในปี 2495 เมื่อผู้พันขายแฟรนไชส์แรกให้กับพีท ฮาร์แมน เพื่อนที่รู้จักกันระหว่างศึกษาหลักสูตรบริหารร้านอาหาร ซึ่งเปิดร้านอาหารอยู่ในรัฐยูทาห์และเป็นคนตั้งชื่อ “ไก่ทอดจากรัฐเคนตั๊กกี้” (Kentucky Fried Chicken) ขึ้นเป็นจุดขายจนกลายเป็นชื่อแฟรนไชส์ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกไก่ทอดเคนตั๊กกี้ยังมีแฟรนไชส์อยู่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น โดยผู้พันเน้นดูแลร้านอาหารและโรงแรมของตัวเองที่นอร์ทคอร์บินเป็นหลัก ร้านที่นอร์ทคอร์บินแห่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของผู้พัน ถึงขนาดผู้พันเคยปฏิเสธข้อเสนอซื้อร้านด้วยมูลค่า 164,000 เหรียญ (เทียบในยุคปัจจุบันคือประมาณ 1.45 ล้านเหรียญ) อย่างไม่ไยดี แถมผู้พันยังไม่สนใจข้อเสนอจะเจรจาต่อรองเพิ่มราคาให้สูงกว่านี้อีกด้วย
ล้มอีก ลุกอีก ไม่เคยยอมแพ้
เหตุการณ์กลับตาลปัตรภายในเวลาไม่นานจากนั้น เมื่อมีการตัดทางหลวงเลี่ยงเมืองเส้นใหม่ในปี 2499 ทำให้นักเดินทางที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักหายไป กิจการที่นอร์ทคอร์บินย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ จนผู้พันต้องตัดใจขายกิจการในที่สุดด้วยมูลค่าที่เหลือเพียง 75,000 เหรียญ และเมื่อหักหนี้สินต่าง ๆ แล้วผู้พันแซนเดอร์ในวัย 65 ปีก็ไม่เหลือทรัพย์สินอะไรอีกนอกจากเบี้ยประกันสังคมที่จ่ายให้เพียงเดือนละเล็กน้อย

แต่แทนที่จะย่อท้อกับชีวิตหรือยอมรับโชคชะตาและเกษียณตัวเองอย่างที่คนวัย 60 คนอื่น ๆ อาจจะทำ ผู้พันยังคงมุ่งมั่นกับชีวิตเหมือนตลอดมา และหันมาทุ่มเทกับการขายแฟรนไชส์ด้วยความมั่นใจในสูตรไก่ทอดของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม

ผู้พันเจียดเงินจากเบี้ยประกันสังคมเป็นค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง รวมถึงค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบจนซื้อหม้อทอดอัดแรงดันได้ และตระเวณเดินทางไปทั่วสหรัฐฯ เพื่อเสนอขายแฟรนไชส์ นอนพักที่ท้ายรถในตอนกลางคืนเพื่อประหยัดค่าโรงแรม
ความมุ่งมั่นทุ่มเทคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
ระหว่างขายแฟรนไชส์นี้เล่ากันว่า ผู้พันแซนเดอร์สถูกปฏิเสธมาถึง 1,009 ครั้ง และไม่ว่าตัวเลขนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่แน่นอนคือผู้พันถูกปฏิเสธเป็นจำนวนครั้งมากมายมหาศาลจนน่าถอดใจ และแม้แต่พีท ฮาร์แมนที่เป็นแฟรนไชส์รายแรกยังเคยปฏิเสธผู้พันมาก่อน แต่ความมั่นใจในสูตรที่ตัวเองพัฒนาจนแน่ใจว่า “ดีที่สุด” และไม่เหมือนใคร และความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ให้ชีวิต ก็ช่วยผลักดันให้ผู้พันในวัยหลังเกษียณเดินหน้าขายแฟรนไชส์ต่อไป

ที่สุดแล้วผู้พันก็ประสบความสำเร็จในบั้นปลายหลังจากล้มลุกคลุกคลานผ่านมรสุมมาตลอดชีวิต และภายในเวลาหนึ่งทศวรรษหลังจากขายแฟรนไชส์แรกสำเร็จ เคเอฟซีก็มีสาขาขยายออกไปถึงต่างประเทศ
เกือบ 30 ปีต่อมา ไก่ทอดเคเอฟซีก็เดินทางมาถึงประเทศไทยในปี 2527 และเปิดสาขาแรกที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าวก่อนขยายความอร่อยไปทั่วประเทศถึง 560* สาขาในปัจจุบัน
(*ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2559)
KFC สาขาแรกของประเทศไทยที่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว